อาร์เซน่อลฟอร์มโหด ถล่มแมนซิตี้ขาดลอยในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์

อาร์เซน่อลคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ชิลด์
การแข่งขันฟุตบอลคอมมิวนิตี้ ชิลด์ นัดเปิดฤดูกาลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า หลังถูกอาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีก เอาชนะ 3-0 จากประตูของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมและความแข็งแกร่งของทัพปืนใหญ่ ขณะที่แมนซิตี้ยังมีหลายจุดต้องปรับปรุง พร้อมสร้างความกังวลให้แฟนเรือใบสีฟ้าในยุคหลัง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ส่วน มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับว่าประทับใจกับฟอร์มของลูกทีมอย่างมาก
ทางด้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การเริ่มต้นยุคใหม่ของมาเรสก้าดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างมาก กุนซือชาวอิตาเลียนพยายามลดทอนความสำคัญของผลการแข่งขันนัดนี้ โดยระบุว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและเป็นความพ่ายแพ้ที่ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข อย่างไรก็ตาม รูปเกมที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ขนาดใหญ่ระหว่างสองทีม โดยอาร์เซน่อลสามารถครองเกมและสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่แนวรับของซิตี้ดูสับสนและปล่อยให้คู่แข่งเจาะตาข่ายได้อย่างง่ายดาย อดีตนักเตะและนักวิจารณ์หลายคนต่างลงความเห็นว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข หากหวังที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้
วิเคราะห์ความพร้อมแมนซิตี้ และโอกาสป้องกันแชมป์ของอาร์เซน่อล
สถิติหลังเกมบ่งชี้ชัดเจนถึงความเหนือกว่าของอาร์เซน่อล โดยพวกเขาสร้างโอกาสทำประตูที่คาดหวัง (xG) ได้สูงถึง 2.19 ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทำได้เพียง 0.77 เท่านั้น สำหรับแฟนบอลที่ติดตามข้อมูลและสถิติฟุตบอลผ่านเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์จะเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่น่าสนใจคือโอกาสทำประตูทั้งหมดของอาร์เซน่อลไม่ได้มาจากลูกตั้งเตะเลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการต่อบอลและการเข้าทำที่ไหลลื่นและมีประสิทธิภาพ ชัยชนะ 3-0 นี้นับเป็นชัยชนะเหนือแมนซิตี้แบบไม่เสียประตูที่ขาดลอยที่สุดของอาร์เซน่อลนับตั้งแต่ปี 2014 และเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนสำหรับทีมคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก
ความแตกต่างที่ชัดเจนอีกประการหนึ่งคือความพร้อมของขุมกำลัง อาร์เซน่อลมีการเสริมทัพที่ตรงจุดและรักษานักเตะตัวหลักไว้ได้เกือบทั้งหมด การได้บรูโน่ กิมาไรส์ มาคุมแดนกลางช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ทีม ในขณะที่ตัวสำรองอย่าง บูกาโย ซาก้า และเดแคลน ไรซ์ ก็พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ในทางกลับกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องเสียกำลังสำคัญหลายรายในตลาดนักเตะรอบนี้ ทั้งแบร์นาโด้ ซิลวา, จอห์น สโตนส์ และโรดรี้ที่ย้ายทีมไปแล้ว ทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ของรายการคอมมิวนิตี้ชิลด์มักสอนให้เราไม่ด่วนสรุปผลงานตลอดทั้งฤดูกาลจากเกมเพียงนัดเดียว เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ว่าแมตช์นี้เป็นเพียงก้าวแรกของการอุ่นเครื่อง และสถิติก็ระบุว่านับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก มีเพียง 8 จาก 34 ทีมที่ชนะในรายการนี้แล้วก้าวไปคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ แมนเชสเตอร์ ซิตี้อาจเริ่มต้นได้แย่ แต่พวกเขายังมีเวลาปรับจูนแทคติกและรอให้นักเตะตัวหลักกลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่ก่อนที่การแข่งขันของจริงจะเริ่มขึ้น
เมื่อมองไปที่ทีมคู่แข่งอื่นๆ ในกลุ่ม 'บิ๊กซิกซ์' จะพบว่าอาร์เซน่อลมีความได้เปรียบในแง่ของความเสถียรภาพมากที่สุด ในขณะที่ลิเวอร์พูล เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสเปอร์ส ต่างก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและสร้างทีมใหม่ภายใต้ผู้จัดการทีมที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน การที่อาร์เตต้าได้สร้างทีมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี ทำให้อาร์เซน่อลมีความเข้าใจในระบบการเล่นที่ลึกซึ้งกว่า ซึ่งนักวิเคราะห์ข้อมูลจาก Opta ก็ยกให้พวกเขาเป็นเต็งหนึ่งที่มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 38%
สุดท้ายนี้ แฟนบอลทั้งสองทีมคงมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป แฟนปืนใหญ่อาจมองเห็นแสงสว่างและโอกาสอันดีในการสร้างยุคทองของสโมสร ในขณะที่แฟนเรือใบสีฟ้าอาจรู้สึกกังวลกับยุคเปลี่ยนผ่านที่ดูเหมือนจะยากลำบากกว่าที่คิด ฤดูกาลนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า อาร์เซน่อลจะสามารถสานต่อความแข็งแกร่งและป้องกันแชมป์ได้หรือไม่ หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะสามารถลุกขึ้นจากความพ่ายแพ้และกลับมาทวงบัลลังก์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แฟนฟุตบอลต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดกับ Bettingtop10 ประเทศไทย