| 🏆 รายการแข่งขัน | ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26 |
| ⚽ คู่ระหว่าง | ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ |
| 🗓️ วัน/เวลา | 8 ก.พ. เวลา 23.30 น. |
| 📺 ช่องถ่ายทอดสด | AIS PLAY MONOMAX |
| 📈 ราคาบอล | แต้มต่อ : 0.0 | ลิเวอร์พูล 0.77 | แมนฯ ซิตี้ -0.89 |
ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – มุมมองก่อนเกมเกม
มุมมองก่อนเกมฝั่งทีม ลิเวอร์พูล
ทีมหงส์แดง ‘ลิเวอร์พูล’ ผู้จัดการทีม อาร์เน่ สล็อต กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญเมื่อเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เกมชี้วัดอันดับในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียกความมั่นใจและยกระดับสภาพจิตใจของทีม ราคาบอล คลิกเลย! แม้ฤดูกาลนี้พลพรรค เดอะ ค็อปป์ จะต้องเจอกับอุปสรรคหลายด้าน รวมถึงการที่ฟอร์มออกทะเลบางช่วง แต่ก็ยังคงกลับมารักษาเอกลักษณ์การเล่นที่เป็นระบบ ดุดัน และควบคุมจังหวะเกมได้ โดยเฉพาะเกมเพรสซิ่งที่ยังคงเป็นจุดแข็ง บีบให้คู่แข่งต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันหลายระลอก ผลงานในช่วง 5 นัดหลังสุดของทีมหงส์แดงช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้ทีม แม้จะสะดุดเสมอ เบิร์นลีย์ 1-1 และแพ้ บอร์นมัธ 3-2 แบบน่าตกใจ แต่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าประทับใจด้วยการถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย์ 0-3 และครองเกมเหนือ คาราบัก 6-0 ในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปิดท้ายด้วยการชนะอย่างน่าประทับใจในลีกเหนือ นิวคาสเซิล 4-1 ทำให้บรรยากาศภายในทีมกลับมาคึกคักอีกครั้ง ปัจจุบันทีมหงส์แดงรั้งอยู่อันดับ 6 ของตาราง จากการลงสนาม 24 นัด ชนะ 11 เสมอ 6 แพ้ 7 เก็บมาได้ 39 คะแนน ตามหลังทีมสุดท้ายในพื้นที่ท็อปโฟธ์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยความต่างเพียงสองแต้ม คงต้องเน้นหนักเต็มที่เพื่อการชิงโควต้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยบิ๊กเอียร์ โปรแกรมต่อไปเจองานใหญ่ในลีกต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งการที่ ลิเวอร์พูล คว้าชัยได้ 2 นัดติดต่อกันจึงเตรียมเปิดแอนฟิลด์ด้วยความมั่นใจ หวังใช้ฟอร์มที่กำลังร้อนแรงเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะรองจ่าฝูงต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง เพื่อรักษาโมเมนตัมและส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการลุ้นความสำเร็จของฤดูกาลนี้
มุมมองก่อนเกมฝั่งทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทัพเรือใบสีฟ้า ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ ของกุนซือ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ตอนนี้รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จากการลงเตะ 24 นัด ชนะ 14 เสมอ 5 แพ้ 5 มี 47 คะแนน โปรแกรมสุดสัปดาห์นี้จะเดินทางไปเยือนถิ่นเมอร์ซี่ไซด์ด้วยความนิ่ง สุขุม และความมั่นใจในฐานะแชมป์เก่า แน่นอนว่ายังคงยึดมั่นในสไตล์การเล่นที่เป็นระบบ แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งมักทำให้ทีมประสบความสำเร็จในเกมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน สำหรับ เดอะ ซิตี้เซ่นส์ สร้างทีมบนรากฐานของการควบคุมเกม ความชัดเจนในแท็กติก และสติปัญญาเชิงฟุตบอลของนักเตะภายในทีม สามารถยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพเกมระดับสูง ซึ่งความมั่นใจของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ฮึดเหิมแต่อย่างใด นั้นมาจากโครงสร้างและรูปแบบการเล่นที่ถูกขัดเกลามาหลายฤดูกาล ทำให้เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ แมนฯ ซิตี้ มักตอบสนองด้วยความแม่นยำและคุมเกมได้ดีในบิ๊กแมตช์ อย่างไรก็ตามฟอร์มของทีมเรือใบสีฟ้าก่อนเกมนี้ไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีเท่าไหร่ ในการลงสนาม 6 เกมหลังสุด แพ้ไป 2 เกมนั้นเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าตกใจและโอกาสจบสกอร์ที่สูญเปล่า จากการพ่ายในดาร์บี้ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 และแพ้ โบโด กลิมต์ 3-1 แบบช็อคแฟนบอลใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยแสดงให้เห็นถึงการขาดพลังเกมรุก ความไม่ลงตัวของทีมเวิร์ก และความเปราะบางในแนวรับ แต่โมเมนตัมของทีมก็ดีขึ้นไร้พ่ายมา 4 นัดติดต่อกัน แมนฯ ซิตี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้วยการกลับมาคว้าชัยเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในเกมลีกและลงเตะเกมยุโรปชนะ กาลาตาซาราย ได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 2-0 ทว่าฟอร์มสะดุดเล็กน้อยเพราะโดน ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ พลิกสถานการณ์ในครึ่งหลังแบ่งแต้มไปได้ด้วยการเสมอ 1-1 อย่างไรก็ดีเกมล่าสุดลงเตะในรอบรองชนะเลิศ คาราบาวคัพ พบกับ นิวคาสเซิล ถือเป็นบททดสอบและการเตรียมทีมที่สมบูรณ์แบบเพราะตีตั๋วเข้าชิงฯ เรียบร้อยจากการชนะ 3-1 ถือเป็นการเตรียมตัวที่ดีสำหรับการบุกเยือนแอนฟิลด์ในศึกใหญ่ครั้งนี้
แผนการจัดทัพลงสนาม
- ลิเวอร์พูล: (4-2-3-1) อลิสซง เบ็คเกอร์ - โดมินิก โซบอสซ์ไล, อิบราฮิมา โกนาเต้, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, มิลอช เคอร์เคซ - ไรอัน กราเฟนแบร์ก, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ฟลอเรียน เวิร์ตซ์, โคดี้ กัคโป – ฮูโก เอกิติเก้
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: (4-1-4-1) จานลุยจิ ดอนนารุมมา - มาเธอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาร์ก เกฮี, นีล โอไรลลี – โรดรี้ - รายาน แชร์กี้, ฟิล โฟเด้น, ไทจ์ยานี ไรน์เดอร์ส, อองตวน เซเมนโย - เออร์ลิง ฮาแลนด์
รายชื่อผู้เล่นที่หมดสิทธิ์ลงสนาม
- ลิเวอร์พูล: คอเนอร์ แบรดลีย์ (เข่า), โจวันนี เลโอนี่ (เข่า), อเล็กซานเดอร์ ไอซัค (น่อง/ขา), เจเรมี่ ฟริมปง (ต้นขา), โจ โกเมซ (ขาหนีบ)
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (น่อง/ขา), มาเตโอ โควาซิช (เท้า), จอห์น สโตนส์ (ต้นขา), เจเรมี โดกู (น่อง/ขา), ซาวิโอ โมเรย์รา เด โอลิเวียรา (น่อง/ขา)
ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – ฟอร์มการเล่นล่าสุด
สถิติพบกันก่อนหน้า
ผลการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ 2, เสมอ 2, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 1
- 25 พ.ย. 2023 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 10 มี.ค. 2024 ลิเวอร์พูล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
- 1 ธ.ค. 2024 ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
- 23 ก.พ. 2025 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
- 9 พ.ย. 2025 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
ผลการแข่งขัน 5 นัดที่ผ่านมา
- ลิเวอร์พูล: W – W – L – W – D
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: W – D – W – W – L
ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - วิเคราะห์ผลการแข่งขัน
ทำนายว่าทีมชนะ คือ ทั้งสองทีมเสมอกัน
การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26 ระหว่าง ‘ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ ลงสนามฟาดแข้งที่ แอนฟิลด์ นี้คือหนึ่งในเพียงไม่กี่แมตช์ของฟุตบอลอังกฤษยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความสำคัญ ความเข้มข้น และความคาดเดาได้ยาก ทีมหงส์แดงกับทัพเรือใบคือคู่ปรับแห่งยุคของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่างแท้จริง ทั้งสองทีมต่างผลักดันกันและกันไปสู่มาตรฐานระดับประวัติศาสตร์ จนการพบกันทุกครั้งคือการปะทะของสองสโมสรแห่งยุด เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กน้อย คุณภาพเกมระดับสูง และจังหวะสำคัญที่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ สำหรับแฟนบอลได้ นี้ถือเป็นแมตช์ที่มีเดิมพันสูงและน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทางเจ้าถิ่นต้องการคะแนนเพื่อชิงพื้นที่ท็อปโฟธ์ ส่วนผู้มาเยือนหวังทำแต้มไล่ตามจ่าฝูงเพื่อการชิงแชมป์ ซึ่งทำให้แรงกดดันและความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ภาพรวมผลงานทีมในช่วงหลังอยู่ในทำได้สูสีกัน 5 เกมหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มาเหมือนกัน ด้านขุมกำลังนักเตะศักยภาพใกล้เคียง พิจารณาภาพรวมแล้วยากที่จะกินกันลง ดังนั้นมีความเห็นว่าเกมนี้มีโอกาสสูงมากที่จะจบลงด้วยการเสมอแบ่งกันในท้ายที่สุด
