ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหนือ อาร์เซน่อล 3-2 ถึงถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการฟุตบอล ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นผลการแข่งขันที่เหนือความคาดหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนถึงทิศทางใหม่ของทีมที่ชัดเจนขึ้น แมนยูแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่มีระบบ มีวินัยในเกมรับและเกมรุก รวมถึงความเข้าใจแท็กติกของผู้เล่นแต่ละตำแหน่ง ตลอด 90 นาทีพวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจ กล้าเดินเกม กล้าตัดสินใจ และทำให้เห็นว่าทีมกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องอย่างแท้จริง
เกมนี้ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยฟอร์มระดับเวิลด์คลาสของผู้เล่นเพียงคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของทั้งทีมอย่างแท้จริง นักเตะทุกตำแหน่งเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน ตั้งแต่แนวรับที่มีวินัย แดนกลางที่ช่วยกันคุมจังหวะเกม ไปจนถึงเกมรุกที่เลือกจังหวะเข้าทำได้อย่างแม่นยำ สิ่งเหล่านี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถรับมือกับความกดดันของอาร์เซน่อลได้ตลอดทั้งเกม และเปลี่ยนโอกาสที่มีจำกัดให้กลายเป็นประตูสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แท็กติกที่ลงตัวและการรับมือความกดดันที่เหนือชั้นของปีศาจแดง
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของแมนยูในเกมนี้ คือการวางระบบที่เหมาะสมกับศักยภาพของนักเตะอย่างแท้จริง ไมเคิล คาร์ริค เลือกใช้แผน 4-2-3-1 ซึ่งเป็นระบบที่ผู้เล่นคุ้นเคยและเข้าใจบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน จนกูรูฟุตบอลของเว็บพนันบอลดีที่สุดต่างชื่นชม ทุกตำแหน่งรู้ว่าควรยืนตรงไหนและต้องทำอะไรในแต่ละจังหวะ ส่งผลให้การยืนตำแหน่งทั้งเกมรับและเกมรุกมีความเป็นระเบียบมากขึ้น ลดความสับสนในสนาม และช่วยลดข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นบ่อยในช่วงก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน
แนวรับของทีมมีความนิ่งและแข็งแกร่งตลอดทั้งเกม โดย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการเล่น อ่านเกมได้ดี และยืนตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความอันตรายจากเกมรุกของอาร์เซน่อลได้หลายครั้ง ขณะที่แดนกลางมี คาเซมิโร่ ทำหน้าที่คุมจังหวะเกมอย่างมีประสบการณ์ คอยตัดเกมและปิดพื้นที่สำคัญหน้ากรอบเขตโทษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องเผชิญแรงกดดันแบบยาวนาน และสามารถรักษาความเป็นระเบียบของทีมไว้ได้ตลอด 90 นาที
