รูเบน อาโมริม กลายเป็นประเด็นร้อนในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าเขาเข้ามาเพื่อเป็น “ผู้จัดการทีม” ไม่ใช่เพียงโค้ชที่รอรับคำสั่งจากฝ่ายบริหาร คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สบายใจต่อการแทรกแซงจากโครงสร้างภายในสโมสร โดยอาโมริมมองว่าทุกฝ่ายควรทำหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน เพื่อให้ทีมเดินหน้าได้อย่างมีทิศทางเดียว
อาโมริมยังย้ำถึงกรอบเวลา 18 เดือนตามสัญญา ว่าเขาจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ในช่วงเวลานี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตามการตัดสินใจของบอร์ดบริหาร ทำให้เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์หลายจ้าวมองว่าท่าทีดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความมั่นใจในแนวทางการทำทีมของเขา แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณตรงไปยังผู้มีอำนาจในสโมสรว่า หากต้องการความสำเร็จ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องกล้าให้ผู้จัดการทีมมีอำนาจอย่างแท้จริง รายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้น เชิญติดตามรายละเอียดไปกับ Bettingtop10
ความตึงเครียดเบื้องหลังระหว่างอาโมริมและบอร์ดบริหารแมนยู
ความสัมพันธ์ระหว่างอาโมริมกับบอร์ดบริหารของแมนยูเริ่มถูกจับตามองมากขึ้น หลังมีรายงานถึงความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น ทั้งเรื่องระบบการเล่นและเป้าหมายเสริมทัพ โดยเฉพาะบทบาทของฝ่ายสรรหาและผู้อำนวยการฟุตบอลที่ถูกมองว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงเทคนิค อาโมริมชี้ชัดว่าทุกแผนกควรทำหน้าที่ของตนเอง และปล่อยให้เขารับผิดชอบภาพรวมของทีมชุดใหญ่ตามบทบาทผู้จัดการทีมอย่างแท้จริง
แรงกดดันไม่ได้มาจากบอร์ดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอดีตนักเตะแมนยูชื่อดังอย่าง แกรี เนวิลล์ และพอล สโคลส์ ที่ออกมาวิจารณ์ผลงานและปรัชญาการทำทีมของอาโมริมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ระบบกองหลังสามคนซึ่งขัดกับภาพจำดั้งเดิมของสโมสร อาโมริมมองว่าหากสโมสรไม่สามารถรับมือกับคำวิจารณ์เหล่านี้ได้ ก็อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนคติภายในของผีแดง มากกว่าการเปลี่ยนคนคุมทีม
