ก๊วนเอเชียไปบอลโลก 2026 รวมเต็งพร้อมชน เปิดโปรไฟล์ จุดแข็ง–จุดเสี่ยงก่อนเกมใหญ่
ฟุตบอลโลก 2026 คือครั้งแรกที่เอเชียได้โควตาเพิ่มแบบจริงจัง จากทีมที่เคยถูกมองว่าเป็นม้านอกสายตา วันนี้เอเชียไม่ได้ไปเพื่อร่วมงาน แต่ไปเพื่อแข่งขันจริง ญี่ปุ่นที่ล้มเยอรมนี, เกาหลีใต้ที่ดราม่าทะลุน็อกเอาต์, อิหร่านกำแพงเหล็ก, ซาอุฯ ทีมที่เคยล้มแชมป์โลกและออสเตรเลียที่ยืนระยะชนทีมใหญ่ได้แบบไม่เสียหน้า ตามเรามาดู 5 ตัวเต็งจากเอเชียที่แฟนบอลต้องจับตาก่อนฟุตบอลโลก 2026 เพราะรอบนี้คำว่าทีมเอเชียไม่ได้หมายถึงแค่การเข้าร่วม แต่มันหมายถึงทีมที่พร้อมสร้างปัญหาให้ทุกสายตั้งแต่วันจับสลาก

5 เต็งเอเชียลุยบอลโลก 2026
บอลโลกครั้งนี้ของ FIFA World Cup 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของฟุตบอลเอเชียแบบจริงจัง เพราะโควตาเพิ่มเป็น 8.5 ที่นั่ง ทำให้โอกาสของทีมจากเอเชียเปิดกว้างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จากเดิมที่ต้องเบียดกันแทบตายเพื่อไม่กี่ที่นั่ง รอบนี้หลายทีมมีสิทธิ์ลุ้นเต็มตัว และที่สำคัญคือคุณภาพไม่ได้มาแค่จำนวน เอเชียยุคนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ญี่ปุ่นล้มเยอรมนีและสเปนมาแล้ว เกาหลีใต้ทะลุน็อกเอาต์ในสายโหด ออสเตรเลียยืนระยะชนแชมป์โลกได้แบบไม่เสียหน้า ซาอุฯ เคยล้มอาร์เจนตินา ส่วนอิหร่านก็เป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอในเกมชี้ชะตา และตอนนี้ 8 โควตาถูกจับจองครบเรียบร้อย แต่คำถามจริงคือ ทีมจากเอเชียทีมไหนพร้อมไปไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่ม ทีมจากเอเชียทีมไหนพร้อมไปไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่มและ 5 ทีมต่อไปนี้ คือชื่อที่แฟนบอลต้องจับตาแบบจริงจัง
ญี่ปุ่น |

เฮดโค้ชและระบบ
- ฮาจิเมะ โมริยาสุ
- ระบบตั้งต้น 4-2-3-1 ปรับเป็น 3-4-2-1 เมื่อต้องการสวนกลับเร็วหรือปิดเกม
- บอลโลก 2022 ญี่ปุ่นเปลี่ยนระบบครึ่งหลังทั้งเกมเยอรมนีและสเปน แล้วเกมกลับทันที
ผู้เล่นแกนหลัก
- ทาเคฟุสะ คุโบะ ตัวสร้างสรรค์เกมหลัก เล่นระหว่างไลน์เก่ง เลี้ยงกินตัวได้
- คาโอรุ มิโตมะ อาวุธริมเส้น ความเร็วสูง ดวล 1 ต่อ 1 อันตรายมาก
- วาตารุ เอ็นโด แกนกลางรับ อ่านเกมดี ตัดเกมนิ่ง เป็นตัวบาลานซ์ทีม
ผลงานสำคัญล่าสุด
- ชนะ เยอรมนี 2-1
- ชนะ สเปน 2-1
- เข้ารอบ 16 ทีม
บอลโลก 2022 กลุ่มแห่งความตาย แต่ญี่ปุ่นไม่ตาย
ญี่ปุ่นคือทีมเอเชียที่โครงสร้างใกล้เคียงยุโรปที่สุด นักเตะส่วนใหญ่เล่นอยู่ใน 5 ลีกใหญ่ เกมเร็ว วินัยแน่น และที่สำคัญคือกล้าปรับแท็กติกกลางแมตช์แบบไม่ลังเล บอกเลยว่าบอลโลกครั้งนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเซอร์ไพรส์ แต่มันคือการยกระดับภาพลักษณ์ของฟุตบอลเอเชียทั้งทวีป ญี่ปุ่นถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับเยอรมนีและสเปน หลายคนมองว่าแค่ลุ้นอันดับสองยังเหนื่อย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกเขาชนะทั้งสองทีมด้วยสกอร์ 2-1 และจบแชมป์กลุ่มแบบโคตรสะใจ
เกมกับเยอรมนี ญี่ปุ่นโดนนำก่อน ครองบอลเป็นรอง แต่ไม่มีอาการลน ครึ่งหลังโมริยาสุปรับระบบ เปลี่ยนตัว เติมสปีดริมเส้น แล้วเกมพลิกทันที จากทีมที่ดูเป็นรอง กลายเป็นทีมที่เล่นงานแนวรับเยอรมนีแบบคมกริบ ส่วนเกมกับสเปนก็ภาพคล้ายกัน ญี่ปุ่นไม่ครองบอลเยอะ ไม่ได้เล่นสวยหรู แต่เล่นแม่น ทุกจังหวะสวนกลับมีพิษ และประตูที่สองในเกมนั้นกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของทั้งทัวร์นาเมนต์
รอบแบ่งกลุ่ม ญี่ปุ่นเก็บ 6 คะแนน ยิงได้ 4 ประตู เสีย 3 ประตู และชนะทีมระดับแชมป์โลกสองทีมติด สิ่งที่แฟนบอลจริงเห็นชัดคือ พวกเขาไม่ได้รอให้คู่แข่งพลาด แต่บังคับให้คู่แข่งพลาดเอง อ่านเกมขาด กล้าตัดสินใจ และใช้โอกาสได้คุ้มค่ากว่า นี่คือฟุตบอลแบบทัวร์นาเมนต์ตัวจริง ไม่ต้องครองบอลเยอะ แต่ต้องคมและมีวินัย
จบเส้นทางแบบเจ็บๆ รอบ 16 ทีมด้วยการแพ้จุดโทษ
พอถึงรอบ 16 ทีม ญี่ปุ่นเสมอโครเอเชีย 1-1 เล่นได้เต็ม 120 นาทีแบบไม่มีแผ่ว ก่อนจะไปแพ้ในการดวลจุดโทษ ซึ่งพูดตรง ๆ มันไม่ใช่เกมที่โดนข่มทั้งแมตช์ ญี่ปุ่นยังมีจังหวะสวน มีโอกาสปิดเกม และยืนระยะสู้ทีมยุโรประดับสูงได้ตลอดทั้งเกม แค่รายละเอียดเล็ก ๆ ในช่วงจุดโทษที่ไม่เข้าทาง
สิ่งที่บอลโลก 2022 ฝากไว้ชัดมากคือ ญี่ปุ่นไม่ได้ไปเก็บประสบการณ์อีกแล้ว พวกเขาไปเพื่อชนะ มีระบบชัด มีความกล้า และมีนักเตะที่ผ่านเกมระดับสูงทุกสัปดาห์ ถ้าถามว่าเอเชียมีทีมที่พร้อมที่สุดก่อนบอลโลก 2026 ไหม คำตอบจากผลงานรอบที่แล้วมันชัดเจนเลยว่า ญี่ปุ่นคือทีมที่ใกล้คำว่าพร้อมชนของใหญ่มากที่สุดในเอเชีย

เกาหลีใต้ |
![]()
เฮดโค้ชและระบบ
- ฮง มยอง-โบ
- เล่นระบบตั้งต้น 4-3-3 เน้นสปีดริมเส้นและการเปลี่ยนเกมเร็ว
- จุดเด่นคือความฟิตและการเพรสซิ่งเป็นชุด ไล่พร้อมกันทั้งไลน์ ไม่ต่างคนต่างวิ่ง
ผู้เล่นแกนหลัก
- ซน ฮึงมิน ความหวังสูงสุด เกมสวนกลับอันตราย ยิงได้จากทุกมุม
- คิม มินแจ เสาหลักเกมรับ แข็งแรง อ่านเกมดี
- ฮวัง ฮีชาน ตัวสปีดเกมรุก เปลี่ยนจังหวะได้
ผลงานสำคัญล่าสุด
- เสมอ อุรุกวัย 0-0
- แพ้ กานา 2-3
- ชนะ โปรตุเกส 2-1
- เข้ารอบ 16 ทีม
ดราม่าล้มโปรตุเกสนาทีท้าย แล้วทะลุน็อกเอาต์
ใน FIFA World Cup 2022 ไม่มีใครยกทีมชาติเกาหลีใต้เป็นตัวเต็งเข้ารอบ กลุ่มมีทั้งโปรตุเกสและอุรุกวัย ทีมประสบการณ์สูงทั้งนั้น หลายคนมองว่าเกาหลีใต้น่าจะลุ้นยาก แต่นี่แหละเสน่ห์ของทีมนี้ที่ไม่เคยกลัวเกมใหญ่ นัดแรกเสมออุรุกวัย 0-0 เกมนั้นเกาหลีใต้วิ่งไล่ไม่มีหมด เพรสเป็นชุด เล่นเร็ว ไม่ปล่อยให้อุรุกวัยตั้งเกมง่าย ๆ แม้จะไม่ได้ยิงถล่ม แต่ภาพรวมคือสู้ได้ ไม่เป็นรองแบบหดหัว
เกมสองแพ้กานา 2-3 คือแมตช์ที่เห็นทั้งไฟและรอยรั่ว เกมรุกกล้าแลก ยิงคืนสองลูกแบบไม่ยอมแพ้ แต่เกมรับโดยเฉพาะลูกกลางอากาศยังมีช่องให้เล่นงาน นี่คือจุดที่ทำให้ทีมยังไปไม่สุด แล้วมาถึงเกมชี้ชะตากับโปรตุเกส นาทีทดเวลาบาดเจ็บ ซน ฮึงมิน ลากบอลสวนจากแดนตัวเอง พุ่งทะลุครึ่งสนามก่อนจ่ายให้ ฮวัง ฮีชาน ยิงเข้าไปเป็น 2-1 ทั้งประเทศแทบหยุดหายใจ นั่นคือประตูที่ส่งเกาหลีใต้เข้ารอบน็อกเอาต์แบบดราม่าสุด ๆ รอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด 4 คะแนน ยิง 4 เสีย 4 ไม่ได้โหดตัวเลข แต่หัวใจทีมมันโคตรใหญ่ และเล่นเกมกดดันได้ดีมาก
รอบ 16 ทีม ชนบราซิล แล้วรู้เลยระดับโลกมันต่าง
พอเข้ารอบ 16 ทีม เจอบราซิล เกมมันคนละสปีดเลย บราซิลขึ้นเกมเร็ว เฉียบ และลงโทษทุกความผิดพลาด สกอร์จบ 1-4 ครึ่งแรกแทบจะโดนปิดเกมไปแล้ว แต่สิ่งที่ต้องให้เครดิตคือ เกาหลีใต้ยังไม่ยอมแพ้ พยายามเล่นในจังหวะของตัวเอง ยังกล้าสวน ยิงประตูคืนได้หนึ่งลูก และไม่ถอยหนีทั้งเกม
บทสรุปจากบอลโลก 2022 แบบไม่โลกสวยคือ เกาหลีใต้ดีพอจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มในสายแข็งได้จริง แต่เมื่อเจอทีมระดับท็อปของโลก ความต่างเรื่อง depth และความคมในพื้นที่สุดท้ายยังชัดเจน และนี่แหละโจทย์ของบอลโลก 2026 ถ้าจะไปไกลกว่ารอบ 16 ทีม เกาหลีใต้ต้องเพิ่มความนิ่ง และเพิ่มคุณภาพตัวสำรองให้มากกว่านี้

อิหร่าน |

เฮดโค้ชและระบบ
- อามีร์ กาเลโนอี
- 4-1-4-1 หรือ 4-3-3 แบบเน้นเกมรับแน่นเป็นฐาน
- เกมของอิหร่านไม่ได้เน้นครองบอล แต่เน้นรอโต้กลับและเล่นบอลยาวตรงไปยังตัวรุก
ผู้เล่นแกนหลัก
- เมห์ดี ทาเรมี กองหน้าตัวความหวัง จบสกอร์คม เล่นลูกกลางอากาศดี
- ซาร์ดาร์ อัซมูน กองหน้าที่เคลื่อนที่ฉลาด ดึงแนวรับเก่ง
- อาลีเรซา จาฮันบัคช์ ตัวริมเส้นที่มีประสบการณ์สูง
ผลงานสำคัญล่าสุด
- แพ้ อังกฤษ 2-6
- ชนะ เวลส์ 2-0
- แพ้ สหรัฐอเมริกา 0-1
กำแพงเหล็กที่เจอของเร็วแล้วสะดุด
เวลาเราพูดถึงทีมเอเชียในบอลโลก หลายคนอาจนึกถึงญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ก่อน แต่ในความเป็นจริงทีมชาติฟุตบอลอิหร่านก็เป็นอีกหนึ่ง ตัวแทนเอเชียในฟุตบอลโลกที่ไปแบบสม่ำเสมอ และมีสไตล์ชัดเจนมากที่สุดทีมหนึ่ง ใน FIFA World Cup 2022 อิหร่านอยู่กลุ่มเดียวกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกา กลุ่มนี้สปีดเกมสูงตั้งแต่นัดแรก เกมเปิดหัวเจออังกฤษจบที่ 2-6 สกอร์ดูแรง แต่ภาพรวมสะท้อนชัดว่าเมื่อ ทีมจากโซนเอเชียในบอลโลก ต้องเจอเกมรุกระดับท็อป ความเร็วและความหลากหลายยังเป็นโจทย์ใหญ่
อย่างไรก็ตาม นัดที่สองกับเวลส์คือภาพของทีมชาติเอเชียในฟุตบอลโลกที่เล่นอย่างมีวินัย อิหร่านอดทน รอจังหวะ และลงโทษช่วงท้ายเกม ยิงสองประตูรวดชนะ 2-0 แบบคนที่นิ่งกว่าในเวลาสำคัญ นี่คือเสน่ห์ของทีมลูกหนังเอเชียในเวทีโลกที่เข้าใจเกมทัวร์นาเมนต์ เกมชี้ชะตากับสหรัฐอเมริกา อิหร่านต้องการผลเสมอเพื่อเข้ารอบ แต่เมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องเปิดเกมรุก ความหลากหลายยังไม่พอ สุดท้ายแพ้ 0-1 และตกรอบ รอบแบ่งกลุ่ม 3 นัด 3 คะแนน ยิง 4 เสีย 7 ตัวเลขไม่ได้โดดเด่น แต่บอกชัดว่าเมื่อเกมยังสูสีถึงนาที 70-80 อิหร่านคือหนึ่งในทีมเอเชียที่ได้สิทธิ์ไปบอลโลกที่อันตรายที่สุด
จุดเปลี่ยนที่ทำให้อิหร่านไปไม่สุด
สิ่งที่เห็นชัดในบอลโลก 2022 คือ เมื่อเกมยังอยู่ในกรอบที่อิหร่านควบคุมได้ พวกเขาเล่นอย่างมั่นใจ เกมรับไม่แตกง่าย และมีวินัยแท็กติกสูงมาก แต่ทันทีที่ต้องไล่ตามสกอร์ หรือถูกบังคับให้เปิดเกมรุก พื้นที่ด้านหลังจะเริ่มเปิด และจังหวะเปลี่ยนสปีดของคู่แข่งจะกลายเป็นปัญหา
เกมกับอังกฤษคือภาพชัดที่สุด ความเร็วของตัวรุกอังกฤษทำให้แนวรับอิหร่านเสียระยะหลายครั้ง และเมื่อเสียจังหวะแรก การป้องกันลูกสองยังไม่เด็ดขาดพอ ส่วนเกมกับสหรัฐอเมริกา เมื่ออิหร่านต้องเป็นฝ่ายบุกเอง ความหลากหลายในการเข้าทำยังจำกัด เกมรุกค่อนข้างตรงไปตรงมา ทำให้คู่แข่งอ่านทางได้ง่ายขึ้น

ซาอุดีอาระเบีย |

เฮดโค้ชและระบบ
- แอร์เว เรอนาร์
- กล้าเพรสสูงเกินมาตรฐานทีมเอเชียทั่วไป ระบบ 4-3-3
- ดันไลน์กองหลังสูง กล้าบีบพื้นที่ตั้งแต่แดนบน และไม่กลัวเล่นเกมเสี่ยง
ผู้เล่นแกนหลัก
- ซาเลม อัล-ดาวซารี ตัวรุกที่ยิงอาร์เจนตินา ประสบการณ์สูง
- ซาเลห์ อัล-เชห์รี กองหน้าที่เล่นจังหวะเดียวจบคม
- โมฮัมเหม็ด อัล-โอไวส์ ผู้รักษาประตูที่เซฟสำคัญหลายจังหวะ
ผลงานสำคัญล่าสุด
- ชนะ อาร์เจนตินา 2-1
- แพ้ โปแลนด์ 0-2
- แพ้ เม็กซิโก 1-2
ล้มแชมป์โลกนัดเปิดสนาม แต่แรงไม่พอต่อเนื่อง
ในฟุตบอลโลก 2022 ไม่มีใครลืมเกมที่ทีมชาติซาอุดีอาระเบียเอาชนะอาร์เจนตินา 2-1 ได้ลง เกมนั้นไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่มันคือหนึ่งในอัปเซ็ตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ทีมซาอุฯ ไม่ได้ตั้งรับรอปาฏิหาริย์ พวกเขาดันไลน์สูง เพรสจริง กล้าเล่น และกล้าเสี่ยงกับทีมระดับแชมป์โลก การแก้ล้ำหน้า การเร่งสปีดหลังได้บอล และจังหวะจบสกอร์ของ ซาเลม อัล-ดาวซารี คือภาพจำของเกมนั้น
แต่ฟุตบอลโลกไม่ได้มีแค่นัดเดียว พอเข้าสองเกมถัดมา โปแลนด์และเม็กซิโกเริ่มอ่านทางออก บีบพื้นที่มากขึ้น ไม่เปิดหน้าแลก และบังคับให้ซาอุฯ ต้องเป็นฝ่ายทำเกมเอง นั่นคือจุดที่เห็นชัดว่า ความหลากหลายในเกมรุกยังไม่มากพอ เมื่อเสียประตูแรก การกลับเข้าสู่เกมทำได้ยากกว่าที่คิด ความเข้มข้นที่เห็นในเกมอาร์เจนตินาไม่ได้ต่อเนื่องครบ 3 นัด จบรอบแบ่งกลุ่มด้วย 3 คะแนน ยิง 3 เสีย 5 ตัวเลขไม่ได้เลวร้าย แต่สะท้อนความจริงว่า ซาอุฯ ยังรักษามาตรฐานตลอดทัวร์นาเมนต์ไม่ได้
บทพิสูจน์ในฐานะทีมเอเชียเข้ารอบบอลโลก 2026
ในฐานะทีมเอเชียในบอลโลก ซาอุดีอาระเบียพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาชนะทีมระดับแชมป์โลกได้ และระบบเพรสซิ่งของพวกเขาสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่จริง แต่ฟุตบอลโลก 2026 จะไม่ใช่เวทีสำหรับโมเมนต์เดียว ถ้าความกล้าและวินัยแท็กติกยังอยู่ ซาอุฯ มีศักยภาพผ่านรอบแรกได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในระบบ 48 ทีมที่โอกาสเปิดกว้างขึ้น
แต่คำถามที่ยังคงอยู่คือ พวกเขาจะยกระดับจาก “ทีมที่มีแมตช์ประวัติศาสตร์” ไปเป็น “ทีมที่สม่ำเสมอทั้งทัวร์นาเมนต์” ได้หรือไม่ เพราะถ้าทำได้ ซาอุฯ จะไม่ใช่แค่ทีมเอเชียในบอลโลกที่สร้างเซอร์ไพรส์ แต่จะกลายเป็นทีมที่ทุกสายต้องระวังตั้งแต่วันจับสลากและหากความมั่นใจจากปี 2022 ถูกต่อยอดอย่างถูกทิศทาง บอลโลก 2026 ครั้งนี้ก็อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการลุ้นผ่านรอบแรก แต่เป็นการขยับมาตรฐานของฟุตบอลซาอุฯ ให้สูงขึ้นอีกขั้นบนเวทีโลก

ออสเตรเลีย |

เฮดโค้ชและระบบ
- โทนี โปโปวิช
- ระบบหลัก 4-4-2 หรือปรับเป็น 4-2-3-1 ตามสถานการณ์
- รู้จังหวะบีบ รู้จังหวะถอย และรักษาระเบียบเกมรับได้ตลอด 90 นาที
ผู้เล่นแกนหลัก
- แมทธิว ไรอัน – ผู้รักษาประตูตัวหลัก เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง
- มิตเชลล์ ดยุค – กองหน้าที่ทำประตูชัยใส่ตูนิเซีย
- แมทธิว เล็คกี้ – ฮีโร่เกมชนะเดนมาร์ก
ผลงานสำคัญล่าสุด
- แพ้ ฝรั่งเศส 1-4
- ชนะ ตูนิเซีย 1-0
- ชนะ เดนมาร์ก 1-0
- เข้ารอบ 16 ทีม
จากแพ้หนักนัดแรก สู่รอบน็อกเอาต์แบบตัวจริง
ฟุตบอลโลก 2022 นัดแรกแพ้ฝรั่งเศส 1-4 หลายคนมองว่าออสเตรเลียอาจจะเป็นแค่ทีมรองในกลุ่มที่มีทั้งแชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศส และทีมยุโรปคุณภาพอย่างเดนมาร์ก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือภาพของทีมที่ปรับตัวเร็วและไม่เสียสมาธิ เกมชนะตูนิเซีย 1-0 คือชัยชนะของวินัยและความอดทน พวกเขาไม่เปิดเกมแลก ไม่เสี่ยงเกินจำเป็น รอจังหวะที่เหมาะสม และใช้โอกาสได้คุ้มค่า
ส่วนเกมชนะเดนมาร์ก 1-0 คือชัยชนะของความนิ่งภายใต้แรงกดดัน เพราะเดนมาร์กต้องการสามแต้มเต็ม แต่กลับเป็นออสเตรเลียที่เลือกจังหวะสวนกลับได้เด็ดขาดกว่า แม้จะครองบอลน้อยกว่าในหลายช่วง แต่พวกเขาอ่านเกมขาด รู้ว่าควรเร่งเมื่อไรและควรถอยเมื่อไร เกมรับรักษาระยะห่างระหว่างไลน์ได้ดีมาก และไม่เปิดพื้นที่ให้โดนเล่นงานง่าย ๆ จบรอบแบ่งกลุ่มด้วย 6 คะแนน ยิงได้ 3 ประตู เสีย 4 ประตู ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมในกลุ่มที่หลายคนมองว่าเกินตัว นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลของทีมที่เล่นตามแผนได้ครบทั้งสามนัด และรักษาความเข้มข้นได้ตลอด 270 นาที
รอบ 16 ทีม ชนแชมป์โลกแบบไม่เสียหน้า
ในรอบน็อกเอาต์ ออสเตรเลียต้องเจอกับฝรั่งเศสอีกครั้ง คราวนี้รูปเกมต่างจากนัดแรกอย่างชัดเจน พวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น กล้าขึ้นเกม และไม่ปล่อยให้ฝรั่งเศสครองเกมง่ายเหมือนเดิม แม้สุดท้ายจะแพ้ 1-2 แต่ตลอดเกมออสเตรเลียมีช่วงที่กดดันได้จริง และช่วงท้ายเกมยังมีโอกาสลุ้นตีเสมอแบบเฉียดฉิว นั่นสะท้อนว่าทีมนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อผ่านรอบแรก แต่สามารถยืนระยะกับทีมระดับแชมป์โลกได้ ผลงานครั้งนั้นทำให้ออสเตรเลียถูกมองใหม่ในฐานะทีมเอเชียในบอลโลก ไม่ใช่แค่ทีมที่หวังเข้าร่วม แต่เป็นทีมที่มีศักยภาพแข่งขันได้จริงบนเวทีใหญ่

เอเชียครบ 8 ทีมแล้ว ใครได้ตั๋วไปบอลโลก 2026 บ้าง
ณ ตอนนี้ โควตา 8 ที่นั่งของเอเชียในศึก FIFA World Cup 2026 ถูกจองเต็มเรียบร้อย ไม่มีที่ว่างแล้ว เกมลุ้นตั๋วโควตาจบลงแบบเป็นทางการ และนี่คือก๊วนเอเชียที่ได้ขึ้นเครื่อง โดยมี 2 ทีมน้องใหม่อย่าง จอร์แดน กับ อุซเบกิสถาน คือสัญญาณชัดว่าเอเชียรอบนี้ไม่ได้มีแค่หน้าเดิม ๆ
| 🇦🇺 ออสเตรเลีย | 🇮🇷 อิหร่าน |
| 🇯🇵 ญี่ปุ่น | 🇯🇴 จอร์แดน (มาครั้งแรก ไม่ได้มาเที่ยว) |
| 🇰🇷 เกาหลีใต้ | 🇶🇦 กาตาร์ |
| 🇸🇦 ซาอุดีอาระเบีย | 🇺🇿 อุซเบกิสถาน (หน้าใหม่ไฟแรง) |
