ขาดสมดุล! ความหวังลุ้นแชมป์ริบหรี่เมื่อ ฮาลันด์ เริ่มปืนฝืด

ฮาลันด์ ผิดหวัง
สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เริ่มทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งทำแต้มหลุดมือในเกมเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ไปแบบน่าผิดหวัง ผลการแข่งขันครั้งนี้ทำให้พวกเขาตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 9 คะแนน แม้จะยังมีเกมในมืออีกหนึ่งนัดและมีโปรแกรมต้องดวลกันเองที่เอติฮัด สเตเดียม แต่ฟอร์มการเล่นที่ขาดความเฉียบคมและความสม่ำเสมอในช่วงหลัง กำลังกลายเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ว่า "เรือใบสีฟ้า" จะยังสามารถรักษาบัลลังก์แชมป์ไว้ได้หรือไม่
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมจอมแท็กติกยอมรับว่าเขากำลังพยายามหา "ความสมดุล" ให้กับทีมอีกครั้ง หลังมีการปรับโครงสร้างนักเตะในตลาดหน้าหนาว การมาของ อองตวน เซเมนโย ปีกจากบอร์นมัธ ทำให้เป๊ปทดลองระบบใหม่อย่างการใช้กองหน้าคู่ ซึ่งแทบไม่เคยใช้ในรอบทศวรรษ และการเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนจะกระทบต่อฟอร์มการยิงประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวหลักที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากตั้งแต่ย้ายมาเล่นในอังกฤษ
วิกฤตศรัทธาและทางตันของเป๊ป เมื่อระบบสวนทางกับผลลัพธ์
ปัญหาที่เด่นชัดของ แมนฯ ซิตี้ ตอนนี้คือการผสมผสานแนวรุกหน้าใหม่เข้ากับระบบเดิม เกมกับเวสต์แฮม เป๊ปให้ ฮาลันด์ จับคู่ โอมาร์ มาร์มูช และให้ เซเมนโย ยืนหมายเลข 10 แต่เกมรุกดูอึดอัด แม้ทีมครองบอลได้มากตามสไตล์ แต่ขาดความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาความตื่นเต้นในการลุ้นผลการแข่งขันผ่านเว็บพนันออนไลน์อันดับ 1 การเข้าทำที่รวดเร็วและเข้าใจกันดีหายไป ทำให้เวสต์แฮมรับมือได้ไม่ยาก ส่งผลให้ทีมดูไร้ชีวิตชีวาในครึ่งแรก ซึ่งอาจเป็นผลจากความล้าหลังแพ้ เรอัล มาดริด ในแชมเปียนส์ลีก
สถิติของ เออร์ลิง ฮาลันด์ สะท้อนวิกฤตของทีมได้ชัดเจน ช่วง 17 นัดแรกของฤดูกาลเขายิงได้ถึง 19 ประตู แต่ใน 12 นัดล่าสุดกลับทำได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น การลดลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับระบบมาใช้กองหน้าคู่ ซึ่งทำให้พื้นที่เล่นของฮาลันด์ถูกจำกัด แม้ครึ่งหลังเป๊ปจะเปลี่ยนมาใช้ 4-3-3 และส่ง รายัน แชร์กี้ ลงมาช่วยเกมรุกจนทีมมีโอกาสยิงหลายครั้ง แต่ความเฉียบคมยังหายไป จนกุนซือชาวสเปนยอมรับว่าเลือกตัวผู้เล่นพลาด
นอกจากปัญหาเรื่องการทำประตูแล้ว ความเปราะบางในเกมรับและการคุมสถานการณ์ก็ทำให้ซิตี้ตกที่นั่งลำบาก ในช่วง 18 นัดหลังสุด พวกเขาเสียแต้มจากเกมที่นำคู่แข่งไปก่อนถึง 10 คะแนน แต้มที่หล่นหายนี้ทำให้พวกเขาพลาดการเป็นจ่าฝูง การเสมอกับ เชลซี ไบรท์ตัน สเปอร์ส ฟอเรสต์ และเวสต์แฮม แสดงให้เห็นว่าความเด็ดขาดในการปิดเกมลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับอาร์เซนอลที่ยังสามารถเบียดชนะคู่แข่งได้ในช่วงท้ายเกมเหมือนนัดกับเอฟเวอร์ตัน
ทางด้านอดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานอย่าง โจ ฮาร์ท ได้ให้ความเห็นว่าความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยาจากการเห็นอาร์เซนอลชนะในนาทีบาป ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นของนักเตะซิตี้อย่างแน่นอน ทีมดูมีความลนลานและเร่งรีบจนขาดความเยือกเย็นในช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ของทีมระดับแชมป์ พวกเขายังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตราบใดที่คะแนนในทางทฤษฎียังเป็นไปได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือพวกเขาต้องกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้แบบต่อเนื่อง และต้องไม่พลาดในเกมตัดสินที่จะพบกับอาร์เซนอลในอนาคตอันใกล้
บททดสอบถัดไปของ แมนฯ ซิตี้ อาจชี้ชะตาฤดูกาล หลังโปรแกรมบอลถ้วยและช่วงพักทีมชาติ พวกเขาต้องเจอกับ เชลซี และต่อด้วยเกมสำคัญกับ อาร์เซนอล ในวันที่ 19 เมษายน หากเป๊ปยังเรียกความมั่นใจของฮาลันด์กลับมาไม่ได้ หรือยังหาจุดลงตัวระหว่าง แชร์กี้ กับ เซเมนโย ไม่เจอ ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ครองมานานอาจเปลี่ยนมือไปสู่ลอนดอนเหนือ โดยแฟนบอลสามารถติดตามบทวิเคราะห์และสถิติเพิ่มเติมได้ที่ Bettingtop10