ศึกบิ๊กแมตช์ที่แอนฟิลด์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด กลายเป็นเกมที่ตึงเครียดและเข้มข้นที่สุดเกมหนึ่งของฤดูกาล เมื่อช่วงท้ายเกมเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตกเป็นรองในภาพรวมของเกม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจและประสบการณ์ในเกมใหญ่ ก่อนเร่งเครื่องช่วงท้ายและเก็บสามแต้มล้ำค่ากลับออกมาจากสนามที่ขึ้นชื่อว่าเล่นยากที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษ
ตลอด 70 นาที ลิเวอร์พูลครองเกมได้มากกว่า ทั้งการเพรสซิ่ง การขึ้นเกมทางริมเส้น และการโจมตีจากลูกตั้งเตะ แรงกดดันจากแฟนบอลในแอนฟิลด์ส่งผลให้ซิตี้ต้องถอยต่ำและเล่นอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลระดับลุ้นแชมป์ตัดสินกันที่รายละเอียดเล็กๆ ในช่วงเวลาวิกฤต และความนิ่งในจังหวะสำคัญ ซึ่งกลายเป็นความแตกต่างของเกมนี้ เมื่อทีมเยือนฉวยโอกาสจากความผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้งได้อย่างเด็ดขาด
วิเคราะห์ประเด็นสำคัญจากเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ 2-1
ประเด็นแรกคือฟรีคิกสุดสวยของ โดมินิค โซบอสไล ในนาทีที่ 74 ประตูนี้เป็นผลลัพธ์จากการครองเกมที่เหนือกว่าของลิเวอร์พูล และทำให้แอนฟิลด์แทบระเบิดจากเสียงเชียร์ จังหวะยิงโค้งเสียบสามเหลี่ยมไม่เปิดโอกาสให้ผู้รักษาประตูได้ป้องกัน เป็นจังหวะที่แฟนบอลและสายวิเคราะห์จากหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้ติดตามฟุตบอลผ่านเว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุด ต่างมองว่าเกมกำลังเทไปทางเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน และทำให้ลิเวอร์พูลดูเหมือนกำลังจะควบคุมเกมและปิดบัญชีได้ตามแผนที่วางไว้ตลอดทั้งเกม
ประเด็นที่สองคือการตอบสนองของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังเสียประตู ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและวินัยแท็กติกอย่างชัดเจน ไม่เร่งเกมแบบไร้ทิศทาง แต่เลือกปรับโครงสร้างแดนกลางให้ดันสูงขึ้น เพื่อกดดันลิเวอร์พูลตั้งแต่โซนบน การครองบอลในพื้นที่อันตรายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ แบร์นาร์โด ซิลวา จะสอดขึ้นมายิงตีเสมออย่างเฉียบขาด ประตูนี้ไม่เพียงเปลี่ยนสกอร์ แต่ยังเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมทันที และทำให้ความกดดันย้ายไปอยู่ฝั่งเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน
